AboutMe

เรื่องเล่าสยองข้างเตียง

posted on 17 Dec 2010 07:48 by minijokerdoll in AboutMe
สวัสดีเจ้าคะ เพื่อนๆชาว exteen
 
สีเขียวสามารถข้ามไป ไม่ต้องอ่านได้นะเจ้าคะ ไคลเม็ก มันอยู่ด้านล่างเจ้าคะ ^^
 
คราวนี้เราคงได้พบกันบ่อยขึ้นกว่าเดิมแล้วนะ หลังจากเสร็จสิ้นจากงานวิชาการมาพบสมควรถึงมากที่สุด เราจะขอบ่นหน่อยนึงนะ งานแข่งขันทักษะวิชาการนี้ทำแล้วได้อะไรบ้าง
 
ข้อดีที่คิดได้ ทำให้คุณครูมีความกระตือรือร้นในการสอนนักเรียนที่จะแข่งขันการประกวด , นักเรียนมีความพร้อมในการแข่งขัน,ชื่อเสียง,เกียรติยศของแต่ละเขตพื้นที่(อีกในหนึ่ง โรงเรียนฉันดัง โรงเรียนฉันเก่ง)
 
แต่ในมุมมองกลับกัน ผลเสียที่ตามมา 
 
นักเรียนไม่ได้เรียนหนังสืออย่างเต็มที่
 
เชื่อไหม... ตั้งแต่เริ่มแข่งขันทักษะมาตุลา-ธันวามานี้ แข่งระดับเครือข่าย-ระดับเขต-ระดับพื้นที่การศึกษา
ระดับจังหวัด-ไม่นับรวมระดับประเทศ เพราะไม่ได้ไปแข่งด้วย ตกรอบเพราะเกณฑ์การตัดสินห่วยๆ แค่นี้ก็ 2-3 เดือนกว่าแล้วที่นักเรียนไม่ได้เรียนหนังสืออย่างเต็มที่
 
ที่จัดการแข่งขันเป็นระเบียบแต่ไม่มีระบบ
 
เชื่อไม... เมื่อไม่นับรวมการแข่งขันเพื่อส่งตัวแทนระดับเครือข่ายไปแข่งขัน งานทักษะวิชาการ  นึกว่างานกาชาดหรือไม่ก็งานฤดูหนาว ของขายเต็มไปหมด ใครจะแข่งก็แข่งไป ใครจะเช่าพื้นที่ในการขายก็ขายไป ปาโป่งบ้าง ชิงรางวัลบ้าง เสื้อผ้าบ้าง บลาๆ เยอะ
 
ผลที่ตามมา...
 
รถติด
ขยะกระจายเต็มพื้นที่
มิจฉาชีพ
สวนสาธารณะขนาดย่อมปูเสื่อนอนกลางสนาม
ฝุ่นผง ดินแดง
เสียงสุขภาพทางอ้อม
 
แต่เราก็เข้าใจ เพราะรายได้ส่วนหนึ่งก็นำมาจัดการเรื่องงานสถานที่ แต่ทำไมไม่คิดย้อน ถ้าไม่จัดก็ไม่ต้องเก็บ
แข่งเสร็จก็กลับบ้านใครบ้านมันไปเลย ใบประกาศมีไว้ทำไม มีไว้ให้เฉพาะหน่วยงานรัฐดูเท่านั้น หากใครไม่ได้เรียนต่อ มหาลัย เก็บไว้ก็ดี แต่เราเคยเก็บๆๆๆๆๆๆ ไปสมัครต่อมหาลัย ไม่เห็นมีอาจารย์คนไหนดูเลย เขาดูที่การสอบตอนนั้น ไอคิวตอนนั้นของคุณมากกว่า
 
สุดท้ายชื่อเสียง ได้ไปแล้วพูมใจไหม โรงเรียนแต่ละที่ต้องกระเสือกกระสนหางบประมาณเอง ไม่มีใครมาให้คุณเลย มีแต่คนบ่น แต่แล้วก็อยากส่งไปแข่งขัน
 
สัจจะธรรมของชีวิตจริงๆ 
 
มีเรื่องให้เล่ามากมาย แต่เล่ามากไม่ได้ เพราะแล่งเห็นแล้วว่า ทุกคนทำตามหน้าที่ของตนเองทั้งนั้น
 
บ่นมาสักพัก เบื้องหลังมีอีกเยอะเจ้าคะ
 
-----------------------------------------------------------------
 
             ก่อนหน้านั้นก็หาที่พักที่เชียงราย ได้พักที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ตอนแรกกะว่าจะนอนเต้นท์ ปูเต้นท์กลางสนามนี้แหละนักเรียนแต่ละคนก็สนุกสนานมากมาย ดีนะที่ฝนไม่ตกลงมาซะก่อน ต้องขอบคุณพระเจ้าที่งานนี้ไม่เฉอะแฉะ
 
 
 
(มาคิดอีกที กางเต้นท์ในตึกดีกว่า หมอกเหมยจะน้อยกว่าในสนาม )
 
 
           เมื่อทุกอย่างพร้อมก็เตรียมจัดการเรื่องพื้นที่พักอาศัย แต่ไม่มีที่อาบน้ำ ....ทำไงดี
ภารโรงประจำโรงเรียนก็มาเปิดห้องพยาบาล ในต้วห้องก็จะประกอบด้วย หน้าต่างบานเกร็ด 5 บาน ห้องน้ำ 1 ห้อง ประตู 2 บาน พัดลมผนัง 1 เครื่อง ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ  หากเทียบการฮวงจุ้ยแล้ว ไม่น่าอยู่เลย เตียงชนหน้าต่าง หัวท้าย อีกเตียงชนประตูห้องน้ำ หันไปทางไหนก็ไม่ได้พื้นที่จำกัดมาก
 
           ภารโรงท่านก็บอกว่าสามารถนอนในนั้นได้มี 2 เตียง    ในใจ   เย้...แต่ไม่กล้า ลุง(คุณครู)ก็บอกว่าไปนอนในห้องนั้นกัน
 
 
 
รูปที่ 1 (สีแดง ประตู สีม่วงหน้าต่าง สีส้มคือเตียง อีกห้องเป็นห้องน้ำ)
 
 
           จัดการปัดกวาดเช็ดถู สภาพในห้องเหมือนไม่ได้ถูกใช่งานมานานมาก เตียงหัก บานเกร็ดแตก มีทั้งมดทั้งปลวก แต่ก็ไม่แย่จนเกินไป เอาเตียงมาชิดกันเอาเต้นที่กางเสร็จแล้วเข้ามาด้วย เพื่อว่ายุงกัดจะได้มุดเข้าเต้นท์
 
           ประมาณ2ทุ่มเศษๆ ถึง 3 ทุ่ม ธุรกิจต่างๆก็เสร็จสิ้น เตรียมพร้อมที่จะแข่งทักษะ ในวันพรุ่งนี้ ร่างกายทนไม่ไหวปวดหัว เมื่อย อยากนอน คืนนี้ต้องนอนหลับฝันดีแน่ๆเลย เพราะเราเพลีย คุณลุงก็เพลีย ไหว้พระสวดมนต์เสร็จก็นอนหลับ แต่คุณลุงบอกว่านอนไม่หลับ จนกระทั่งลุกมาอีกที ตอน ตี 1 เศษๆ เพราะเสียเตียงที่ดัง อิดๆ อาดๆ เมื่อเราขยับตัวแต่ละครั้ง แล้วก็เผลอหลับไปอีกที
 
 
เรื่องเล่าข้างเตียง ที่ 1 คุณหมอห้องพยาบาล
 
               จากเตียงที่เราเอามาชนกันกับเตียงของลุง เตียงเราอยู่หน้าห้องน้ำ เตียงลุง หัวท้ายข้าง ชนกระจกทั้ง สามด้าน  ซึ่งฮวงจุ้ยไม่ดีเลย เมื่อเผลอหลับไป
 
 
 
รูปที่ 2 (สีน้ำเงิน  เต้นท์ ที่ยัดได้พอดี)
 
 
ตึกๆ  ป๊อกๆ แกร็กๆ
(เสียงอะไรอ่ะ  ในใจเราคิดไปเองหรือเปล่า ใครมาเปิดประตูห้องพยาบาล ทั้งๆที่ก็ล๊อกกลอนด้านในไว้)
เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น  มีคุณหมอวิ่งเข้ามาในห้องพร้อมผู้ช่วยหนึ่งคน คนไข้หนึ่งคน
 
               คุณหมอก็เข้ามานั่งเตียงฟากด้านประตูห้องน้ำ (ดูรูปที่1) ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เราเอาเต้นท์มาวางไว้นะ แต่กลับมองไม่เห็น   ส่วนภาพที่เห็นนั้นดูชัดเจนมาก ท่าทางที่เรานอนก็นอนหงายมือชิดข้างกายไม่ได้เอาไว้ที่อกเลย ไม่น่าจะโดนอำ ผู้ช่วยพยาบาลตัวเล็กๆ ก็วิ่งขึ้นบนเตียงอ้อมด้นหลังคุณหมอ เพื่อเตรียมอุปกรณ์ให้คุณหมอ ที่พยายามจะตรวจรักษาคนไข้รายหนึ่งนั่งอยู่ข้างๆเรา  ที่เรามองเห็นแค่ลางๆเท่านั้น เราสังเกตทุกสิ่งทุกอย่างมองไปรอบๆตัวคุณหมอและผู้ช่วย เป็นเพศชาย แต่อีกคนมองไม่เห็นเพราะมานั่งที่เตียงเราจนในที่สุด ผู้ช่วยก็ยื่นอะไรสักอย่างให้คุณหมอ  แทนที่คุณหมอจะตรวจคนไข้ที่นั่งอยู่ข้างเรา กลับยื่นหัวเข้ามาใกล้หน้าเรามากมองมาทางเราแล้วถามว่า เป็นอะไรตรงไหนมาเหรอครับ เดียวผมตรวจให้
 
เอาแล้วไง ทำไมมาถามฉันเจ้าคะ ฉันเป็นผู้ชมนะ ไม่อยากร่วมวงด้วย แง.....
 
ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา พร้อมกับหัวที่ฉุ่มไปด้วยเหงื่อเต็มหมอนเลย ... เอาแล้วไง...ตี2เศษๆ
 
             (4)มานอนห้องพยาบาลซึ่งก็ไม่ได้กังวลเลยนะ แต่ทำไมต้องฝันเป็นเรื่องนี้ด้วย  หันกลับมามองคุณลุงอีกครั้ง ด้วยความเป็นห่วงว่าคุณลุงจนนอนหลับไหม  เราก็เห็นสภาพว่าอืม นอนสบายดี สักพัก เสียงร้องของคุณลุงก็ร้องออกมาด้วยความผวา น่ากลัวสุดๆ  เขย่าคุณลุงไม่ยอมตื่นเลย ตบหน้า หลายที่มาก นับไม่ได้  กว่าจะตื่นก็ทำเอาเราเป็นห่วงมาก พอลุงตื่นมาแกก็หลับไปอีก อาจด้วยความเพลียสุดๆ จึงไม่สนอะไรสักอย่างรอบกายเลย เราก็นอนหันหลังมาที่เต้นท์พร้อมด้วยสวดมนต์ นโม...
 
 
เรื่องเล่าข้างเตียง ที่ 2 นโม...หนทางสีเขียว
 
               หลังจากที่ท่องบทสวดนโม...แทนการนับแกะที่ละตัว ก็เผลอหลับไป จนกระทั่ง เสียงท่องในใจนำไปชวนฝัน นโมตัดสะ....เสียงสีเหลืองๆ ค่อยๆพุ่งเข้ามากลายเป็นสีเขียว
แสงอะไรทำไมยิ่งท่องยิ่งมาเราก็อยากรู้ก็ตามไป ตามไปเรื่อยๆ เสียงนโมก็สวดตลอดทุกเส้นทางที่ไม่มีอะไรเลย มีแต่แสงสีเหลือง เขียว  ยิ่งสวดยิ่งลึกๆ เข้าใจว่าลึกมาก อึดอัดมาก ทำไมเหมือนจะหายใจไม่ออก ทั้งๆที่ก็ไม่ได้นอนหงายเลย นอนตะแคงซ้ายหันไปทางเต้นท์แท้ๆ
 
               ในใจก็คิดว่า   ไม่ได้การแล้ว เคลิมมากไป ทำไมเราต้องตามเข้าไปด้วย ก็พยายามรีบตื่นรีบลุก ทำไมตื่นไม่ได้นะ อ๊าก....ตื่นๆๆๆๆ
 
                ก็รีบลืมตาทันทีเลยแต่ด้วยความที่เพลียมาก ท่าทางก็เหมือนเดิมทุกอย่าง  ตาค้างอยู่ก็เริ่มง่วงแต่ทำไม ขยับไม่ได้...
 
 
 
เรื่องเล่าข้างเตียง ที่ 3 ขอนอนด้วยคน
 
              ทำไมขยับไม่ได้นะหรือไอ้ที่เราตามเส้นทางเขียวๆไปเพราะมันเป็นอย่างนี้เหรอ อยากพลิกตัวแต่ เอะ...คุณลุงมานอนข้างหลังเราเมื่อไรเนี่ย  เรานอนตะแคงตรงข้างเตียง ขยับก็ไม่ได้ ก็นึกๆว่าเป็นคุณลุงหรือเปล่าอาจจะกลิ้งมานอนด้วย จะลงข้างเตียงก็ไม่ได้ เพราะเต้นท์ปิดทางหมด ไม่มีที่ให้เอาเท้าลงเลย
 
แข็ง ทื่อ  เมื่อยก็เมื่อยๆ ด้วยท่านอนตะแคงราว 10 นาที มือเริ่มขยับได้ ก็รีบเกาะขอบเตียงไว้ก่อนกลัวตกเตียงแต่ทำไม เพิ่งมารู้สึกตัวอีกที เหมือนไม่มีคุณลุงอยู่ด้านหลัง ด้านหลังเราว่างเปล่า เมื่อเริ่มขยับได้ก็นอนหงายเลย คราวนี้  รู้สึกตัวเต็มๆ คิดว่า เตียงนี้คงมีคนเคยนอนอยู่แน่ๆเลย แล้วเราไปเบียดเขานอนหรือเปล่า ทำไงดี
 
ฉันไม่อยากนอน ทั้งๆที่ร่างกายอยากนอนมาก พยายามทำตาค้างไม่นอนๆ เพิ่งจะตี 3  ขนลุกทั้งตัว เสียงเตียงก็ดังไปตามกิริยาบทท่านอน หันไปหาคุณลุงก็นอนหงายอีกตามเคย
 
 
เรื่องเล่าข้างเตียง ที่ 4 เสียงร้องผวา
 
             เมื่อเป็นอย่างงี้แล้วก็ไม่นอนแล้ว จู่ๆเสียงคุณลุงก็ร้องผวาขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่ 2 (เราคิดว่าทำไมร้องบ่อยจัง ร้องติดกัน 2 รอบแล้วนะ ) ก็ทำเหมือนเดิม ตอนแรกคิดว่า ครั้งที่ 2 โดนอำคงจะปลุกง่ายว่าครั้งแรก เขย่าตัวอย่างเดียวก็พอ  แต่ไหง ทำไมเขย่าแล้วไม่ยอมตื่น  ตบหน้าอีก 2 ที่ ดีกว่า อาจจะ ตื่น  เพียะๆ  อ้าว... ร้องผวาอยู่เลย เอาแล้วไงละเจ้าคะ  ตบแหลก เพียะๆๆๆๆ จนกว่าจะตื่น  ในใจเราจะร้องไห้แล้ว กลัวลุงจะไม่ตื่นขึ้นมา เพราะร้องด้วยเสียงเหมือนคนใกล้จะไป(คงรู้นะ) ตบจนลุงตื่นมาก็รู้สึกแล้วว่า คงโดนเพราะโดนกัน 2 คน จนไม่ได้นอน กลัวมาก  โดนอำ 2 รอบตีกัน  ฝันหา 3 เรื่องติดกัน ในไม่กี่ชั่วโมง 
 
 
             คืนที่ 2 ก็เลยเอาพระในรถหลายองค์มากมาย    มานอนด้วยคราวนี้นอนในต้นท์ ขอบคุณ คุณพระคุณเจ้าที่คลุมครองลูกช้างและคุณลุงรวมถึงชินจัง นอนหลับฝันดีราวกับไม่เคยนอนมากก่อนเลย
 
รูปที่ 3 คืนที่ 2 นอนเต้นท์ตรงกลางเลย ^^
 
-----------------------------
              มีคนบอกว่าทำไมไปนอนในห้องพยาบาล เราตอบไม่ได้ แต่คุณลุงบอกว่า หลบหมอกเหมยหน้าหนาว แถมมีพัดลม มีห้องน้ำ มีไฟฟ้า มีปลั๊กไฟ สะดวกสะบาย
 
แต่เราก็สนุกมากที่ได้มาเที่ยวพร้อมดูงานในทริปนี้ ได้ทั้งประสบการณ์หลายๆอย่าง
เอาไว้ถ้ามีเรื่องดีๆ น่าตื่นเต้นอีก จะมาเล่าให้ฟังนะเจ้าคะ ขอตัวไปทำงานก่อนนะเจ้าคะ
 
 
ปล..ปิดรับออเดอร์แล้วนะเจ้าคะ จะเคลียร์งานที่ค้างไว้ให้เสร็จก่อนเจ้าคะ